อีสานแล้ง

16 มีนาคม 2010
By
ไผว่าอีสานแล้ง ให้จูงแขนมันมาเบิ่ง
น้ำของไหลอยู่จ้น ๆ มันสิแล้งบ่อนจั่งได๋
คำแปล
ใครว่าอีสานแห้งแล้ง ให้จูงแขนเขามาดู
น้ำโขงไหลล้นฝั่งอย่างนี้ มันจะแห้งแล้งได้อย่างไร
ตั้งแต่เล็กจนถึงวันนี้ในวัยที่จะเข้าหลักสี่ ความรู้สึกต่อถิ่นฐานบ้านเกิดของผมไม่เคยคิดว่าอีสานแล้งเลย เหมือนคำผญาที่ยกมาอ้างนั่นแหละครับ แม้ว่าบุรีรัมย์บ้านผมที่เขาว่าตำน้ำกิน คู่กับสุรินทร์ที่กินน้ำตำ ในหน้าแล้งที่น้ำน้อยก็ยังมีน้ำกินน้ำใช้กันอยู่ แต่ปีนี้ที่บ้านผมแล้งจริงๆ บางทีก็เป็นเพราะพวกเราเองที่ไม่เคยคิด หรือบางทีคิดแต่ไม่สนใจ ไม่สนใจว่าลำพังน้ำตามบึง ตามลำคลอง นั้นแค่พอเลี้ยงวัวควายให้ผ่านหน้าแล้งไปเท่านั้น ไม่พอสำหรับการทำนาปรังเลย แต่ระยะหลังๆ นี้ การทำนาปรังแถวบ้านขยายขอบเขตไปใหญ่โต น้ำในคลองแย่งกันสูบจนแห้ง ยังไม่ถึงเดือนเมษาเลย น้ำแห้งหมดคลองแล้ว และนาปรังก็ใช่ว่าจะได้ผลดีนะครับ เพราะมีมาบ่นให้ฟังบ้างเหมือนกันว่าหมดไปกับค่าปุ๋ย ค่าน้ำมันตั้งเยอะ
ในยุคสมัยที่เงินเป็นพระเจ้า ขายอาวุธ ขายยาเสพติด เขาก็ยังขายได้ ก็คงไปห้ามชาวบ้านทำนาปรังไม่ได้ น้ำแห้งคลองกับนาปรังที่มันขาดทุนก็แล้วแต่เวรแต่กรรม
น้ำโขงที่ผญาว่าไหลล้นตลิ่งก็ถูกเขื่อนกั้น จนแทบจะกระโดดข้ามได้ น้ำโขงนั้นอยู่ไกลบ้านผม แต่ก็ไม่ต่างจากห้วยหนองเล็กๆ ที่บ้านผมหรอกครับ แห้งเหือดเหมือนกันเลย
สามพันโบก

เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน:

  • ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน

2 Responses to อีสานแล้ง

  1. aekkawat on 19 มีนาคม 2010 at 23:35

    ตอนนี้น้ำโขงแห้งจนแทบจะเดินข้ามไทยไปฮอดลาวได้สบายๆแล้ว
    มัวแต่ทะเลาะกันแย่งเงิน แทนที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา
    ว่าแล้วชวนกันหยิบฆ้อนไปทุบเขื่อนที่เมืองจีนกันเถอะ

  2. นิรันดร on 20 มีนาคม 2010 at 07:09

    พูดถึงเขื่อนแล้วผมไม่เคยคิดว่ามันจะแก้เรื่องน้ำท่วมหรือแล้งน้ำได้เลย ตอนมีน้ำมากเกินก็ต้องปล่อยเพราะกลัวเขื่อนพัง หรือตอนแล้งๆ ก็ปล่อยมาไม่ได้อีกนั้นแหละก็มันหมดแล้ว เช่นจีนตอนนี้แม้จะถูกประเทศท้ายเขื่อนเช่นสารขัณฑ์ (อังกฤษ: Sarkhan เพิ่งรู้จากกูเกิลว่าประเทศนี้มีชื่อภาษาอังกฤษด้วย) มองด้วยสายตาอ้อนวอนหรือมองสายตาที่แทบถลนออกจากเบ้าของผู้นำจอมขมังเวทย์บางประเทศ ก็ปล่อยน้ำมาไม่ได้เพราะจีนก็แล้งเหมือนกัน

    โขงแล้งจนจะข้ามได้จริงๆ เพราะภาพประกอบนี้เป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของฝั่งโขงคือสามพันโบกครับ