หลังจากลงเรื่องบ่อปลาคาร์พเล็กๆ ไปแล้วมีผู้สนใจพอสมควร วันนี้จึงเอารายละเอียดมาลงเพิ่มเติมไว้สักเล็กน้อย ให้พอเห็นเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจจะทำบ่อ ว่าอย่าทำตามผมเลย (ฮา)

สลัมของน้องปลา
ดูภาพมุมกว้างก่อนครับ เล็กมาก เขาว่าควรลึก 1.2 เมตร ของผมลึกสุด 0.90 เมตร ความกว้างให้น้องปลาว่ายสบายๆ 3 เมตร ผมไม่ถึง 1 เมตร เนื่องจากขุดไปเจอเศษหินที่เขาทิ้งไว้เลยขี้เกียจขุดต่อ คิดว่าถ้าปลาที่ลงเลี้ยงรอบแรกตายไปจะเลี้ยงปลาทองแทน แต่ที่ผ่านมามีโดดมาตายเพียงตัวเดียว ตอนนี้จึงเป็นสลัมปลาคาร์พดีๆ นี่เอง ในภาพจะเห็นกอบัวด้วย หากจะเลี้ยงบัวในบ่อปลาคาร์พแนะนำให้ล้อมรั้วให้เรียบร้อย มิเช่นนั้นน้องปลาจะรื้อบ้านน้องบัวจนน้องบัวอยู่ไม่ได้

ภาพหมู่น้องปลา
เหล่าปลาคาร์พจาก(ตลาด)นัดฟาร์ม ตัวละ 10 บาท ไม่ได้ตั้งใจโชว์ปลาแต่ภูมิใจนิดหน่อยที่น้ำใสมองเห็นถึงพื้นบ่อ มีปลาทองอยู่ด้วย 2 ตัว ปลาทองเหลือแต่ตัวผู้ล้วนๆ เพราะตัวเมียเครื่องเขินแอบทำคลอดตอนผมไม่อยู่บ้าน ปรากฏว่าตัวเมียทั้ง 4 ตัวตายเรียบ

ปลาทองโตซากิ้น
บ่อเล็กอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์แบ่งพื้นที่เล็กๆ มาวางกระถางเลี้ยงโตซากิ้นด้วย เลี้ยงตั้งแต่ตัวดำๆ 4 ตัว รอดมาแค่ 2 ตัว (ลูกปลาทองในวัยทารกตัวดำทุกพันธุ์)

ถังบำบัดน้ำเสีย 1
ถังกรองหรือถังบำบัดน้ำเสียถังแรกขนาด 200 ลิตร ผมใช้ระบบตัวกลางเคลื่อนที่(Moving bed) เพราะดูแลง่าย ใช้มือจุ่มไปแกว่งล้างเดือนละครั้ง แล้วดูดตะกอนทิ้งด้วยปั้มที่ต่อสายยางที่เห็นในภาพแค่นี้ก็เรียบร้อย

ถังบำบัดน้ำเสีย 2
ถังกรองหรือถังบำบัดน้ำเสียใบที่ 2 ใช้ระบบบำบัดด้วยพืชน้ำ (Plant filtration) เสริมด้วยการบังคับทิศทางให้น้ำหมุนวนเพื่อบังคับให้ตะกอนตกก้นถัง แค่นี้สะภาพน้ำในบ่อก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะไม่ใสปิ้งแบบบ่อใหญ่ๆ แพงๆ แต่มองเห็นถึงก้นบ่อก็โอเค
เพิ่มเติม
- เขาว่าบ่อปลาคาร์พควรลึกอย่างน้อย 1.2 เมตร เพื่อให้แรงดันน้ำบังคับให้รูปทรงปลาสวยงาม
- ความกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร ให้ปลาสะดวกในการว่ายและการกลับตัว
- หากทำบ่อที่มีระบบกรองในตัว จะประหยัดค่าไฟกว่า(ที่ปริมาตรบ่อเท่ากัน) เพราะผลต่างระดับความสูงของน้ำในถังกรองและในบ่อมีค่าน้อยกว่า
เพิ่มรายละเอียดระบบกรองอีกสักหน่อย เห็นว่าสนใจกันเยอะ

วงจรไนโตรเจน
ก่อนอื่นดูเนื้อหาทางวิชาการกันก่อน ที่ผมวงสีแดงๆ ตัวที่ทำให้ปลาที่เราขังไว้กินในมื้อต่อไปตายก็คือตัวแอมโมเนียที่มาจากของ เสียที่ปลาถ่ายออกมานี่แหละครับ หากเป็นปลาดุกปลาช่อนที่เราขังไว้เราก็ใช้วิธีถ่ายน้ำ เปลี่ยนน้ำ แต่ปลาที่เลี้ยงในบ่อเขาใช้ถังกรองครับ

ถังกรองบ่อปลา ถังแรก
ถังกรองจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่ผมวงไว้หมายเลข 2 ตัวแบคทีเรียนี้จะทำหน้าที่เปลี่ยนแอมโมเนียซึ่งมีพิษต่อปลามาก เป็นไนเตรตที่มีพิษต่อปลาน้อยลง แต่ไนเตรตเป็นปุ๋ยอย่างดีเลย น้ำที่มีไนเตรตสูงน้ำจะมีสีเขียวจากสาหร่ายตัวเล็กๆ ที่ลอยไปลอยมาเต็มไปหมด ผมจึงลดไนเตรตด้วยการใช้ถังที่ 2 มาเสริม

ถังกรองบ่อปลา ถังที่สอง
ถังที่ 2 ก็คือการจัดระเบียบความเขียว ปุ๋ยไนเตรตที่มีอยู่ในน้ำ (วงกลมหมายเลข 3 ในภาพวงจรไนโตรเจน(โปรดมองให้มันกลม อิอิ)) ก็มอบหน้าที่ให้จอกที่ลอยอยู่ในถังดูดไปใช้สร้างใบของจอกก่อน น้ำที่ลงบ่อจึงไม่มีปุ๋ยไนเตรตเหลือให้สาหร่ายตัวเล็กๆ ไปใช้ น้ำจึงไม่เขียว ถังนี้จัดให้น้ำวนดีๆ ช่วยกดตะกอนให้ตกก้นถังก่อนปล่อยน้ำลงบ่อปลาได้อีกด้วย
จบแล้วครับ
เพิ่มเติม
- ถังแรกผมใช้ kk1 จาก http://www.koikichishop.com/ รู้สึกว่าเขาพัฒนาเป็น kk2 แล้ว
- ถ้ามีเงินค่าไฟควรใช้ปั้มลมเติมอากาศในบ่อและถังกรองที่ 1 แต่ผมไม่มีตังค์และไม่อยากให้ปลาอยู่สบายเกินไป จึงไม่ได้ใช่ปั้มลม (กลัวไฟดับซึ่งบ้านนอกดับบ่อยแล้วปลาจะเดือดร้อน) ใช้วิธีเติมอากาศโดยปล่อยให้น้ำตีกระทบผิวน้ำเท่านั้นครับ
- การเลี้ยงปลาคาร์พยังต้องเปลี่ยนน้ำประมาณเดือนละ 1/4 ถึง 1/3 ของบ่อ ไม่งั้นปลาจะไม่โตเนื่องจากฮอร์โมนที่ปลาปล่อยออกมาเพื่อยับยั้งการเจริญ เติบโตจะเข้มข้นเกินไป
ก็หวังว่าจะมีประโยชน์แก่ผู้สนใจจะเลี้ยงปลาบ้างนะครับ
==================================
==================================


